ความแตกต่างของโลโก้แบบสัญลักษณ์ กับ โลโก้ตัวอักษร
เมื่อ 998 วันที่แล้ว, อังคารที่ 6 มิถุนายน 2560ประเภทของโลโก้หลักๆ แล้วมีอยู่ 2 ประเภท คือ โลโก้แบบตัวอักษรล้วน และโลโก้ที่เป็นแบบสัญลักษณ์ ซึ่งโลโก้ทั้ง 2 แบบนี้จะแตกต่างกันตามกลุ่มเป้าหมาย หรือแผนการสร้างแบรนด์ ถือว่าเป็นตัวกำหนดทิศทางในการวางแผนการตลาด ทีนี้เรามาดูรายละเอียดของโลโก้ทั้ง 2 แบบ ว่าแตกต่างกันอย่างไร ข้อดี-ข้อเสีย เป็นแบบไหน
1. โลโก้แบบตัวอักษรล้วน
โลโก้ประเภทนี้จะเน้นให้อ่านง่าย สะกดคำง่าย มองเพียงครั้งแรกก็อ่านได้ ว่าอ่านออกเสียงว่าอย่างไร ตัวอย่างของโลโก้ประเภทนี้ โดยโลโก้ทุกแบรนด์ อ่านง่าย จำง่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนพูดถึง อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาการสร้างแบรนด์ไม่นาน สื่อสารแบบตรงไป ตรงมา ในมุมของนักออกแบบโลโก้ เมื่อได้รับโจทย์จากลูกค้ามาว่า ให้ทำการออกแบบโลโก้เป็นลักษณะตัวอักษรล้วน จะมุ่งให้ความสำคัญกับ การสะกดตัวอักษร ให้อ่านง่าย จำได้ทันที และที่สำคัญ ต้องไม่สร้างความสับสน กับยี่ห้ออื่นๆ หรือแบรนด์อื่นที่มีลักษณะคำ ตัวอักษรที่คล้ายกัน เป็นสิ่งที่นักออกแบบโลโก้ต้องคำนึงถึง เป็นที่สุด เพราะจะสร้างความเข้าใจผิด
สำหรับข้อดี และข้อเสีย
เข้าใจง่าย และหากเป็นชื่อที่น่าสนใจ จะจดจำได้ทันที ใช้งบไม่มาก ในการทำให้โลโก้ เป็นแบรนด์ที่ผู้คนจดจำได้ ว่าเป็นสินค้าประเภทไหน หรือบริการเกียวกับอะไร โลโก้ดูธรรมดา ไม่เก๋ ไม่โดดเด่น และไม่สวยงามเท่าไร เมื่อเทียบกับโลโก้แบบสัษลักษณ์ หากชื่อมีความหมายดี ก็จะจดจำได้ง่าย แต่หากเป็นชื่อที่อ่านยากผู้คนก็จะยังจำไม่ได้ในครั้งแรก

2. โลโก้แบบสัญลักษณ์
โลโก้ที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายนั้น จะมีความสวยงาม มีเอกลัษกณ์ และจดจำได้ทันที ส่วนใหญ่นักออกแบบ จะออกแบบโลโก้สัญลักษณ์นี้ อยู่ในรูปของ เลขาคณิต เพราะช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้น เป็นภาพของอะไร เหมาะสำหรับองค์กร หรือกิจการที่มีสินค้า และบริการหลายประเภท ที่แตกต่างกัน โดยจะนำเอาลักษณะเด่นขององค์กร ในด้านต่างๆ มาสื่อความหมายเป็นรูปภาพ แล้วไปใส่ไว้ในโลโก้ แต่ก็จะไม่สามารถสื่อให้ทราบว่าโลโก้นี้ เป็นกิจการ หรือจำหน่ายสินค้าประเภทใด ตัองอาศัยการตลาด การโฆษณาเป็นเรื่องราว ให้ผู้คนรับรู้ว่า โลโก้ชิ้นนี้ เป็นสินค้าประเภทไหน ให้บริการด้านใด จึงใช้งบในด้านการตลาดพอสมควร เพื่อที่จะให้ ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย รับรู้ต่อโลโก้ หรือแบรนด์นั้น
สำหรับข้อดี และข้อเสีย
มีความเป็นสากลกว่า เพราะสื่อความหมายด้วยภาพ ไม่ใช่ภาษา หรือตัวอักษรของแต่ละประเทศ นักออกแบบโลโก้สามารถสร้างสรรค์ความสวยงามได้มากกว่า แบบตัวอักษร มีความหมายลึกซึ้ง และสร้างอิทธิพล การรับรู้ต่อแบรนด์ที่สูง ใช้งบประมาณที่สูง ในสร้างเรื่องราว ของแบรนด์นั้นๆ ให้ผู้คนจดจำโลโก้ ไปพร้อมกับเรื่องราวที่นำเสนอ
โดยสรุปประเภทของโลโก้ จะมีลักษณะการใช้งานที่ต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับ แผนการตลาดของ เจ้าของแบรนด์นั้นๆ ว่ามีทิศทางอย่างไร ในมุมของนักออกแบบโลโก้แล้ว โลโก้ที่เป็นสัญลักษณ์ จะออกแบบยากกว่า เพราะต้องใส่ความหมายแฝง ลงไปในโลโก้ เพื่อให้สื่อถึงกิจการ หรือองค์กร เกี่ยวข้องกับเรื่องราวใด แต่สุดท้ายแล้ว ก็จะเป็นเจ้าของแบรนด์ จะเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าชอบโลโก้รูปแบบไหน ให้เหมาะสม กับแผนการตลาดของเจ้าของแบรนด์เอง

ปิด